รับซื้อแมคบุ๊คโปร.comINSIGHT JOURNAL

ขาย MacBook Pro 13 inch 2017

ขาย MacBook Pro 13 inch 2017 วิธีตรวจสอบรอบชาร์จแบตเตอรี่และสภาพพอร์ตเชื่อมต่อก่อนขาย

คู่มือเตรียมตัวขาย MacBook Pro 13 inch 2017 ครอบคลุมวิธีตรวจเช็กรอบชาร์จแบตเตอรี่ สภาพพอร์ต Thunderbolt 3 การแยกรุ่น A1708 และ A1706 ตลอดจนการจัดการข้อมูลส่วนตัวเพื่อการประเมินราคาที่แม่นยำและปลอดภัย

4 พฤศจิกายน 256914 นาทีในการอ่านเรียบเรียงโดย รับซื้อแมคบุ๊คโปร.com
การตรวจสอบข้อมูลรอบชาร์จแบตเตอรี่ Cycle Count และสภาพพอร์ต Thunderbolt 3 บน MacBook Pro 13 inch 2017 ก่อนส่งประเมินราคาขาย
FEATURED IMAGEMacBook Pro 13 inch 2017

1K · 2:1 · ภาพประกอบบทความ

FOCUS TOPICขาย MacBook Pro 13 inch 2017หัวข้อหลักของบทความ
READING TIME14 นาทีเวลาอ่านโดยประมาณ
FEATURED IMAGE1K · 2:11024 × 512 px
RELATED SERVICEหน้ารุ่นที่เกี่ยวข้องเปิดรายละเอียดรุ่น
บทความนี้ช่วยอะไร

วิธีเช็กรอบชาร์จแบตเตอรี่และสภาพพอร์ต USB-C บน MacBook Pro 13 inch 2017 ก่อนนำไปประเมินขาย แยกรุ่นย่อย A1708/A1706 เตรียมเครื่องให้พร้อมขายอย่างมั่นใจ

การวางแผนเปลี่ยนผ่านหรือปลดประจำการแล็ปท็อปคู่ใจอย่าง MacBook Pro 13-inch รุ่นปี 2017 ให้ได้ความคุ้มค่าและราบรื่นที่สุด จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลสภาพเครื่องที่เป็นจริง โดยเฉพาะอุปกรณ์ในกลุ่มชิปประมวลผล Intel ที่มีอายุการใช้งานมาพอสมควร สองจุดตรวจที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจรับเข้าและการประเมินราคาอย่างมีนัยสำคัญคือ ความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ และสภาพของพอร์ตเชื่อมต่อความเร็วสูง Thunderbolt 3 (USB-C) ซึ่งเป็นช่องทางหลักทั้งในการชาร์จไฟ ถ่ายโอนข้อมูล และต่อจอภาพภายนอก

หากกำลังเตรียม ขาย MacBook Pro 13 inch 2017 ควรตรวจชื่อรุ่น ชิป หน่วยความจำ ความจุ และสภาพเครื่องให้ตรงกับข้อมูลจริงก่อนส่งรายละเอียด เพื่อให้การประเมินเป็นระบบและลดการสื่อสารคลาดเคลื่อน

ผู้ใช้งานจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับคำเรียกภาพรวมว่า MacBook Pro 13 นิ้ว ปี 2017 แต่ในความเป็นจริงแล้ว Apple ได้แบ่งสถาปัตยกรรมตัวเครื่องออกเป็นสองรหัสหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ รุ่น 2 พอร์ต Function Key ปกติ (MacBookPro14,1 / Model A1708) และรุ่น 4 พอร์ตพร้อม Touch Bar (MacBookPro14,2 / Model A1706) ทั้งสองรุ่นมีความซับซ้อนของเมนบอร์ด ระบบระบายความร้อน และลักษณะความสึกหรอของอะไหล่ที่แตกต่างกัน การเข้าใจวิธีตรวจสอบสภาพทางกายภาพและระบบภายในด้วยตนเองจะช่วยให้คุณสื่อสารข้อมูลแก่ผู้รับซื้อได้อย่างตรงไปตรงมา ลดข้อโต้แย้ง และได้ราคาที่สะท้อนมูลค่าเครื่องที่แท้จริง

01

แยกรุ่นเครื่องให้ชัดเจน ใครกำลังถือรุ่นไหน: ความแตกต่างระหว่าง A1708 และ A1706

ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจเช็กเชิงเทคนิค สิ่งแรกที่เจ้าของเครื่องทุกคนควรทำคือการระบุตัวตนของอุปกรณ์ให้ถูกต้องแม่นยำ เนื่องจากสเปกภายใน อะไหล่บอร์ด และสถานะการบริการหลังการขายของ Apple สำหรับสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกัน การบอกเพียงว่าเป็นรุ่นปี 2017 อาจทำให้การประเมินราคาเบื้องต้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอุปกรณ์มือสอง สถาปัตยกรรมการออกแบบของรุ่น A1708 และ A1706 มีผลต่อพฤติกรรมการใช้งานในอดีตอย่างมาก รุ่น 2 พอร์ตใช้พัดลมระบายความร้อนตัวเดียวและซีพียู TDP ต่ำกว่า ในขณะที่รุ่น 4 พอร์ต Touch Bar มีพัดลมคู่และโครงสร้างเมนบอร์ดที่ซับซ้อนกว่า การแยกรุ่นทำได้ง่ายๆ โดยพลิกดูรหัส Model ใต้ฝาเครื่อง หรือเปิดหน้าต่าง System Information บนตัวเครื่อง

  • MacBookPro14,1 (Model A1708): พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ตด้านซ้าย แผงคีย์บอร์ดแถวบนเป็นปุ่ม Function ปกติ ไม่มี Touch Bar มาตรฐานใช้ CPU Dual-core 2.3GHz และกราฟิก Intel Iris Plus 640
  • MacBookPro14,2 (Model A1706): พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต (ซ้าย 2 และขวา 2) มาพร้อม Touch Bar และเซ็นเซอร์ Touch ID มาตรฐานใช้ CPU Dual-core 3.1GHz และกราฟิก Intel Iris Plus 650
  • การรองรับระบบปฏิบัติการ: ทั้งสองรุ่นรองรับ macOS สูงสุดอย่างเป็นทางการที่ macOS Ventura ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประเมินนำมาพิจารณาด้านความสดใหม่ของซอฟต์แวร์
  • สถานะการบริการ: Apple จัดหมวดหมู่การดูแลทางเทคนิคของรุ่นย่อยต่างกัน โดยรุ่น 2 พอร์ตอยู่ในกลุ่ม Vintage ขณะที่รุ่น 4 พอร์ตจัดอยู่ในกลุ่ม Obsolete ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการอะไหล่ในตลาด
02

ทำไมรอบชาร์จแบตเตอรี่ (Cycle Count) จึงเป็นหัวใจสำคัญในการประเมินราคา

แบตเตอรี่ของ MacBook Pro เป็นชิ้นส่วนที่มีการเสื่อมสภาพตามเคมีและจำนวนรอบการชาร์จตามกาลเวลา ข้อมูลจาก Apple ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แบตเตอรี่ของ MacBook Pro 13-inch 2017 ถูกออกแบบมาให้รองรับรอบการชาร์จสูงสุดที่ประมาณ 1,000 รอบ ก่อนที่ประสิทธิภาพในการกักเก็บประจุจะลดต่ำลงกว่า 80% ของความจุเริ่มต้น สำหรับเครื่องที่มีอายุหลายปี แบตเตอรี่จึงเป็นรายการแรกๆ ที่ร้านรับซื้อต้องวิเคราะห์เพื่อคำนวณต้นทุนความเสี่ยง

จากประสบการณ์ในตลาดแล็ปท็อปมือสอง แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ระยะเวลาการใช้งานนอกสถานที่ที่สั้นลงเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่อาการเครื่องดับกะทันหัน หรือในกรณีร้ายแรงคือภาวะแบตเตอรี่บวม ซึ่งแรงดันของเซลล์แบตเตอรี่ที่ขยายตัวสามารถดันฝาหลังให้โก่ง หรือเบียดแผง Trackpad จนกดไม่ลงและเสี่ยงต่อการแตกหักได้ ดังนั้น ข้อมูลรอบชาร์จและสถานะแบตเตอรี่ที่ส่งให้ผู้รับซื้อจึงเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขที่ไม่อาจมองข้าม

  • ข้อมูลรอบชาร์จ (Cycle Count): ตัวเลขบอกจำนวนครั้งที่แบตเตอรี่ถูกใช้งานและชาร์จประจุสะสมครบ 100% ของความจุ
  • สถานะปกติ (Normal): แบตเตอรี่ยังคงทำงานได้ตามมาตรฐาน ความจุประจุยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อระบบ
  • สถานะแนะนำให้รับบริการ (Service Recommended): แบตเตอรี่เก็บประจุได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือเริ่มทำงานผิดปกติ ควรเปลี่ยนเซลล์แบตเตอรี่
  • ความจุสูงสุดที่เหลืออยู่ (Full Charge Capacity): ปริมาณความจุไฟฟ้าสูงสุดจริงที่แบตเตอรี่ยังสามารถกักเก็บได้ในปัจจุบัน วัดเป็นหน่วย mAh
03

วิธีตรวจสอบรอบชาร์จและสุขภาพแบตเตอรี่อย่างละเอียดทีละขั้นตอน

เจ้าของเครื่องสามารถตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระบบพลังงานได้ด้วยตนเองโดยตรงจากระบบปฏิบัติการ macOS โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมเสริมจากบุคคลภายนอก ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที และให้ข้อมูลสถิติที่แม่นยำที่สุดสำหรับใช้ส่งเป็นหลักฐานประกอบการตีราคา

ข้อแนะนำสำหรับการเก็บข้อมูลคือ ควรถ่ายภาพหน้าจอหรือใช้สมาร์ตโฟนถ่ายภาพหน้าต่างรายงานพลังงานให้เห็นตัวเลขชัดเจน ทั้งในส่วนของ Cycle Count, Condition (สถานะ) และ Full Charge Capacity ซึ่งข้อมูลชุดนี้จะช่วยยืนยันความโปร่งใส ป้องกันการถูกหักลดราคาเกินจริงอันเนื่องมาจากการคาดเดาอาการ

  • ขั้นตอนที่ 1: คลิกที่สัญลักษณ์ Apple () ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ แล้วกดเลือก 'About This Mac' (เกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้)
  • ขั้นตอนที่ 2: คลิกที่ปุ่ม 'System Report...' (รายงานระบบ) หรือคลิก 'More Info...' จากนั้นเลื่อนลงไปเลือก System Report
  • ขั้นตอนที่ 3: ในแถบเมนูด้านซ้าย ให้ค้นหาหัวข้อ 'Hardware' (ฮาร์ดแวร์) แล้วคลิกเลือกที่คำว่า 'Power' (พลังงาน)
  • ขั้นตอนที่ 4: มองหาหมวดหมู่ 'Health Information' (ข้อมูลสุขภาพ) ทางฝั่งขวา เพื่อตรวจดูตัวเลขในบรรทัด 'Cycle Count' (จำนวนรอบ) และ 'Condition' (เงื่อนไข/สถานะ)
  • ขั้นตอนที่ 5: บันทึกภาพหน้าจอหน้านี้ไว้เพื่อแนบไปพร้อมกับรูปถ่ายรอบตัวเครื่องเมื่อติดต่อประเมินราคา
04

ตรวจสอบสภาพพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) อย่างไรให้รู้ว่ายังสมบูรณ์หรือมีปัญหา

พอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) บน MacBook Pro 13 inch 2017 ทำหน้าที่เป็นช่องทางอเนกประสงค์เพียงหนึ่งเดียวสำหรับเชื่อมต่อทุกสิ่ง ตั้งแต่การจ่ายกระแสไฟเข้า การโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง ไปจนถึงการส่งสัญญาณภาพออกจอภาพภายนอก หากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งชำรุด ย่อมส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการใช้งานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในรุ่น 2 พอร์ต (A1708) ที่หากเสียไปหนึ่งช่อง จะเหลือช่องใช้งานเพียงช่องเดียวเท่านั้น

การตรวจสภาพพอร์ตจำเป็นต้องทำทั้งในเชิงกายภาพและเชิงฟังก์ชัน ประสบการณ์ภาคสนามพบว่าพอร์ต USB-C ของรุ่นนี้มักเจอปัญหากลไกสปริงล็อกด้านในหลวมจากการเสียบดึงซ้ำๆ หลายปี ทำให้สายชาร์จหลุดง่าย หรือเกิดอาการขยับสายนิดเดียวแล้วการชาร์จตัดทันที นอกจากนี้ ในรุ่น 4 พอร์ต (A1706) บ่อยครั้งที่ชิปควบคุม Thunderbolt ฝั่งขวาหรือฝั่งซ้ายชำรุด ทำให้พอร์ตใช้งานไม่ได้เป็นคู่

  • การตรวจเชิงกายภาพ: ส่องไฟฉายดูภายในช่องพอร์ตว่าไม่มีเศษฝุ่น สิ่งสกปรกอุดตัน ขาพินทองแดงตรงกลางไม่งอ คด หรือมีคราบออกไซด์จากการโดนความชื้น
  • การทดสอบการจ่ายไฟ: เสียบสายชาร์จทดสอบครบทุกพอร์ตทีละช่อง สังเกตว่าไอคอนแบตเตอรี่บนแถบเมนูด้านบนขึ้นรูปสายฟ้าและชาร์จเข้าปกติหรือไม่
  • การทดสอบการส่งข้อมูล: ทดลองเสียบแฟลชไดรฟ์ USB-C หรือ External Drive ในทุกช่อง เพื่อดูว่าระบบตรวจพบไดรฟ์และอ่านเขียนข้อมูลได้เสถียร
  • การทดสอบความแน่นหนา: ขณะเสียบสาย ให้ลองขยับหัวสายเบาๆ หากการเชื่อมต่อหลุดทันทีหรือมีอาการติดๆ ดับๆ แสดงว่าพอร์ตเริ่มหลวมหรือขาสัมผัสสึกหรอ

สำหรับผู้ที่กำลัง หาที่ขาย MacBook Pro 13 inch 2017 ให้ราคาดี ควรเปรียบเทียบทั้งความชัดเจนของเงื่อนไข ความปลอดภัยในการส่งมอบ และข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมิน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวเลขเพียงอย่างเดียว

05

ปัญหาพบบ่อยเกี่ยวกับแบตเตอรี่และพอร์ต พร้อมวิธีแก้เบื้องต้นก่อนส่งตีราคา

บางครั้งอาการที่ดูเหมือนเครื่องเสีย อาจเกิดจากความผิดพลาดชั่วคราวของตัวจัดการระบบควบคุม หรือการสะสมของฝุ่นผงตามการใช้งานประจำวัน การรู้วิธีแก้ไขและปรับสภาพเบื้องต้นก่อนนำเครื่องเข้าสู่กระบวนการรับซื้อ MacBook Pro 13 inch 2017 จะช่วยกู้คืนฟังก์ชันการทำงาน และทำให้เครื่องไม่ถูกตีราคาตกไปอยู่ในเกณฑ์ 'เครื่องเสีย' โดยไม่จำเป็น

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากพบอาการพอร์ตชาร์จไฟไม่เข้า หรือไฟสถานะการชาร์จไม่ขึ้น อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเมนบอร์ดเสียหาย ให้ลองทำความสะอาดช่องเสียบและทำการรีเซ็ตระบบจัดการพลังงานของฮาร์ดแวร์ (SMC) ดูก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลในเครื่อง

  • วิธีแก้ปัญหาฝุ่นอุดตันในพอร์ต: ใช้ลูกยางเป่าลมหรือแปรงขนอ่อนแห้งปัดสิ่งสกปรกออกจากช่อง USB-C ห้ามใช้วัตถุโลหะแหลมคมแคะเด็ดขาดเพราะอาจทำให้พินหักและลัดวงจร
  • วิธีรีเซ็ต SMC บน MacBook Pro 2017: ปิดเครื่องให้สนิท กดปุ่ม Shift + Control + Option ฝั่งซ้ายของคีย์บอร์ด ค้างไว้พร้อมปุ่ม Power นาน 10 วินาที แล้วปล่อยมือทั้งหมด จากนั้นกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่องตามปกติ
  • วิธีสังเกตอาการแบตเตอรี่บวม: วางเครื่องบนโต๊ะเรียบ ตรวจดูว่าขอบยางด้านล่างแนบสนิทหรือไม่ ตัวเครื่องกระดกหรือโยกเยกไหม และทดสอบคลิก Trackpad ว่ายังสามารถกดลงได้อย่างนุ่มนวลเท่ากันทุกจุดหรือไม่
  • ข้อควรระวัง: หากพบว่าแบตเตอรี่บวมชัดเจน ไม่ควรพยายามกดทับหรือฝืนใช้งานต่อ ให้ปิดเครื่องและแจ้งสภาพตามตรงต่อผู้รับซื้อเพื่อความปลอดภัยในการขนย้าย
06

ขั้นตอนเตรียมเครื่อง สำรองข้อมูล และปลดล็อก Apple ID อย่างปลอดภัย 100%

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญที่สุดก่อนส่งมอบแล็ปท็อปให้แก่ผู้อื่น หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเพียงแค่ลบโฟลเดอร์ไฟล์ทิ้งก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ไฟล์ที่ไม่ได้ผ่านการลบพาร์ติชันและฟอร์แมตใหม่อาจยังสามารถกู้คืนได้ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง ยิ่งไปกว่านั้น การลืมปลดล็อกบัญชีคลาวด์จะทำให้เครื่องติดสถานะล็อก ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำไปใช้งานต่อได้

สำหรับ MacBook Pro รุ่นปี 2017 ซึ่งยังใช้ชิปประมวลผล Intel (ไม่มีชิปความปลอดภัย Apple T2 ในรุ่น 2 พอร์ต A1708 และใช้ T1 ในรุ่น 4 พอร์ต A1706) กระบวนการล้างเครื่องจะต้องทำผ่าน macOS Recovery เพื่อฟอร์แมตดิสก์ระบบและติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์

  • สำรองข้อมูลสำคัญ: ใช้ Time Machine สำรองข้อมูลลง External Drive หรืออัปโหลดไฟล์งานสำคัญขึ้นระบบคลาวด์ที่ใช้งานประจำ
  • ลงชื่อออกจาก Apple ID และ iCloud: เข้า System Settings หรือ System Preferences คลิกที่ Apple ID เลือก Sign Out และยืนยันการนำข้อมูลสำเนาออกจากเครื่อง
  • ปิดฟังก์ชัน Find My Mac: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิด 'ค้นหา Mac ของฉัน' เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เครื่องติดสถานะ Activation Lock ต่อผู้ซื้อคนต่อไป
  • ลงชื่อออกจากแอปพลิเคชันอื่น: ยกเลิกการผูกบัญชีในโปรแกรมสำคัญ เช่น iMessage, FaceTime, และโปรแกรมตระกูล Adobe หรือ Microsoft Office
  • ล้างเครื่องผ่าน Recovery Mode: ปิดเครื่อง เปิดขึ้นมาใหม่พร้อมกดปุ่ม Command + R ค้างไว้ เข้า Disk Utility เพื่อ Erase พาร์ติชันดิสก์หลักเป็น APFS จากนั้นเลือก Reinstall macOS
07

แนวทางการส่งข้อมูลและรูปถ่ายเพื่อให้ได้การประเมินราคาที่แม่นยำและเป็นธรรม

กระบวนการตีราคาเครื่องมือสองให้รวดเร็วและตรงกับสภาพจริงขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลชุดแรกที่คุณส่งมอบ หากแจ้งรายละเอียดไม่ครบถ้วน การเสนอราคาทางออนไลน์มักจะเป็นเพียงตัวเลขประมาณการกว้างๆ ซึ่งอาจถูกปรับลดลงเมื่อมีการตรวจเครื่องจริงหน้างาน การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้นจึงเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย

การเปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุด คือการส่งข้อมูลชุดเดียวกัน รูปถ่ายมุมเดียวกัน ให้กับผู้รับซื้อในเวลาที่ใกล้เคียงกัน เพื่อประเมินว่าร้านใดให้เงื่อนไขที่ชัดเจน โปร่งใส ไม่คลุมเครือเรื่องการหักลดหย่อน และมีมาตรฐานในการตรวจรับสินค้าอย่างมืออาชีพ

  • ถ่ายภาพหน้าจอแสดงสเปก: หน้า About This Mac แสดงรุ่น CPU, ความจุ RAM, กราฟิก และหน้าต่าง Power แสดง Cycle Count และ Condition แบตเตอรี่
  • ถ่ายภาพสภาพภายนอกรอบตัว: หน้าจอขณะเปิดไฟพื้นหลังสีขาวล้วนเพื่อเช็กจุดด่าง (Bright/Dark pixel), ฝาบน, ฝาล่าง, มุมเครื่องทั้ง 4 มุม เพื่อแสดงรอยบุบหรือรอยขูดขีด
  • ถ่ายภาพพอร์ตและการเชื่อมต่อ: ช่องพอร์ตทั้งสองฝั่ง และภาพแป้นคีย์บอร์ดทั้งหมดรวมถึงแผง Touch Bar (ถ้ามี) ขณะเปิดไฟติดครบ
  • แจ้งประวัติการซ่อมอย่างตรงไปตรงมา: เช่น เคยเปลี่ยนแบตเตอรี่เทียบเท่า, เคยเปลี่ยนหน้าจอ, โดนละอองน้ำ หรือมีอาการชาร์จติดยากบางพอร์ต
  • ระบุอุปกรณ์เสริมที่มีให้: หัวชาร์จ USB-C Power Adapter ของแท้, สายชาร์จแท่นชาร์จ, กล่องบรรจุภัณฑ์เดิม และเอกสารคู่มือ (ถ้ายังเก็บรักษาไว้)
บทสรุป

เตรียมข้อมูลให้ครบก่อนตัดสินใจ

การตรวจสอบรอบชาร์จแบตเตอรี่และสภาพพอร์ตเชื่อมต่อของ MacBook Pro 13 inch 2017 ด้วยตนเองก่อนตัดสินใจขาย ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณทราบสภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์ในมือ ไม่ว่าเครื่องของคุณจะเป็นรุ่น 2 พอร์ต A1708 หรือ 4 พอร์ต Touch Bar A1706 การมีข้อมูลเชิงตัวเลขที่ถูกต้องและรูปถ่ายที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้ขายและผู้รับซื้อ ทำให้การต่อรองราคาเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลตามสภาพจริง

แม้ว่า MacBook Pro รุ่นปี 2017 จะจัดอยู่ในกลุ่มคอมพิวเตอร์พกพาสถาปัตยกรรม Intel ที่เริ่มตกรุ่นและมีอายุการใช้งานมานานหลายปี แต่ชิ้นส่วนต่างๆ เช่น หน้าจอ Retina คุณภาพสูง ชุดแป้นพิมพ์ โครงสร้างบอดี้อะลูมิเนียม และพอร์ตเชื่อมต่อ ยังคงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้งานต่อสำหรับงานเอกสารทั่วไป หรือนำไปเป็นอะไหล่ซ่อมบำรุง การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล การล้างระบบส่วนตัว และการเลือกร้านรับซื้อที่มีความโปร่งใส จะช่วยให้คุณเปลี่ยนแล็ปท็อปเครื่องเดิมเป็นทุนหมุนเวียนได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

อ่านข้อมูลรุ่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ หน้ารุ่นต้นทาง

FREQUENTLY ASKED

คำถามที่พบบ่อย

รอบชาร์จแบตเตอรี่เท่าไรจึงจัดว่าเสื่อมสภาพสำหรับ MacBook Pro 13 inch 2017?

ตามเกณฑ์สเปกของ Apple แบตเตอรี่ถูกออกแบบมาให้รักษาความจุเดิมได้สูงสุดถึง 1,000 รอบการชาร์จ หากเครื่องมี Cycle Count เกิน 1,000 รอบ หรือระบบขึ้นข้อความ 'Service Recommended' (แนะนำให้รับบริการ) แม้รอบชาร์จยังไม่ถึง จะจัดว่าแบตเตอรี่เข้าสู่ภาวะเสื่อมสภาพ ซึ่งควรได้รับการเปลี่ยนใหม่เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องและปลอดภัย

พอร์ต Thunderbolt 3 หลวมหรือใช้งานไม่ได้ 1 ช่อง ยังสามารถส่งตีราคาได้หรือไม่?

ยังสามารถส่งประเมินราคาได้ตามปกติ โดยร้านรับซื้อจะประเมินตามโครงสร้างความเสียหายจริง เช่น เป็นปัญหาที่ความสกปรก สปริงล็อกหลวม หรือชิปควบคุมบนบอร์ดเสียหาย โดยเครื่องที่มีปัญหาเฉพาะพอร์ตแต่ส่วนประกอบอื่นอย่างหน้าจอ คีย์บอร์ด และซีพียูยังทำงานได้ดี จะยังมีมูลค่าในฐานะเครื่องใช้งานเฉพาะทางหรืออะไหล่แยกชิ้น

ถ้าเครื่องเปิดไม่ติด และไม่สามารถเช็ก System Information ได้ ควรเตรียมข้อมูลอย่างไร?

ให้ดูรหัส Model ใต้ฝาหลังว่าเป็น A1708 (2 พอร์ต) หรือ A1706 (4 พอร์ต) พร้อมระบุประวัติอาการเสีย เช่น ชาร์จไฟไม่เข้าหลังไม่ได้ใช้นาน, มีอาการไฟตก, น้ำหกใส่ หรือเครื่องร้อนจัดแล้วดับไป รวมถึงแจ้งสเปกเดิมเท่าที่จำได้ (ความจุ SSD และ RAM) เพื่อให้ผู้รับซื้อสามารถประเมินมูลค่าซากหรือต้นทุนการกู้คืนเครื่องได้อย่างแม่นยำที่สุด

ทำไมราคาประเมินระหว่างรุ่น A1708 (ไม่มี Touch Bar) กับ A1706 (มี Touch Bar) จึงแตกต่างกัน?

ทั้งสองรุ่นมีโครงสร้างฮาร์ดแวร์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง รุ่น Touch Bar มีต้นทุนหน้าจอควบคุมสัมผัส, เซ็นเซอร์สแกนนิ้ว Touch ID, ชิป T1, พัดลมสองตัว และซีพียูสเปกเริ่มต้นที่สูงกว่า รวมถึงมีพอร์ตถึง 4 ช่อง ในขณะที่รุ่นธรรมดามีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนและใช้ SSD แบบถอดเปลี่ยนได้ ความต้องการของตลาดและราคาค่าซ่อมอะไหล่เฉพาะรุ่นจึงส่งผลให้ราคาประเมินมีความแตกต่างกัน

การฟอร์แมตเครื่องแล้ว ระบบจะขอรหัส Apple ID จากเจ้าของเดิมหรือไม่เมื่อเปิดใหม่?

หากผู้ขายได้ทำการ Sign Out ออกจาก iCloud และปิดฟังก์ชัน 'Find My Mac' ก่อนลงมือ Erase ดิสก์ เครื่องจะไม่ถามหารหัส Apple ID ใดๆ และผู้ซื้อคนต่อไปจะสามารถตั้งค่าใช้งานเป็นเครื่องใหม่ได้ทันที แต่หากไม่ได้ปลด Find My ออก ตัวเครื่องอาจติดระบบ Activation Lock ซึ่งทำให้เครื่องใช้งานไม่ได้จนกว่าจะใส่รหัสผ่านเดิม

NEXT STEP

เตรียมข้อมูลเครื่องพร้อมแล้ว?

ส่งรุ่น สเปก รูปเครื่อง และรายละเอียดอาการ เพื่อสอบถามการประเมินเบื้องต้นกับทีมงาน

SHARE ARTICLE

บันทึกหรือแชร์บทความนี้

FacebookXLINE